การให้นมลูก และ ดีเอชเอ

การให้ความใส่ใจกับโภชนาการของคุณแม่ในขณะให้นมลูกนั้น เป็นเรื่องสำคัญเช่นกันค่ะ

การสร้างสมดุลด้านการบริโภคอาหารควบคู่ไปกับการบริโภควิตามิน

และเกลือแร่ของคุณแม่ส่งผลโดยตรงต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตของลูก

และเช่นเดียวกันค่ะการรับประทานอาหารที่ดีจะช่วยให้คุณแม่อารมณ์แจ่มใส

แถมยังมีผิวพรรณที่สดชื่นตามไปด้วย ทั้งหมดนี้นับว่าเป็นเรื่องสำคัญต่อคุณแม่ทั้งสิ้น จริงไหมคะ

รับประทานอาหารที่พอเพียงและมีประโยชน์

เชื่อหรือไม่คะว่า

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้นใช้พลังมากกว่าสมัยคุณแม่กำลังตั้งครรภ์เสียอีก ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมบางครั้งคุณแม่จึงรู้สึกอ่อนเพลียได้ง่าย

เพราะอันที่จริงแล้ว คุณหมอบอกค่ะว่า คุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมของตัวเองนั้น ใช้พลังงานมากกว่าปกติถึง 330-400 แคลอรี่ต่อวัน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงขวบปีแรก

และพลังงานเหล่านี้ก็จะต้องมาจากอาหารที่รับประทานเข้าไป

ซึ่งจะต้องเป็นอาหารที่ดีมีคุณภาพ เพื่อทำให้สุขภาพของคุณแม่แข็งแรง

และน้ำนมที่ถูกนำไปใช้เลี้ยงเบบี๋ของเรานั้นเป็นน้ำนมที่มีคุณภาพ

ส่งเสริมการเจริญเติบโตของลูกรัก แต่ในขณะเดียวกัน

คุณแม่ต้องไม่ลืมที่จะดูแลสุขภาพของตัวเองประกอบไปด้วยนะคะ

จากตำราแนะนำอาหารให้กับคุณแม่ลูกอ่อนที่นักวิจัยในแคนาดาเรียบเรียงมาให้อ่านกัน

คุณแม่แต่ละท่านจะต้องทำตารางอาหารของตัวเองว่าในแต่ละวันจะรับประทานอะไรได้บ้างเพื่อเสริมสร้างน้ำนมให้มีคุณภาพ

และบางครั้งก็จะต้องแพคอาหารของตัวเองไปรับประทานในมื้อที่ต้องออกนอกบ้านด้วย

ถ้าหากคุณแม่เคยได้ยินเสียงร่ำลือว่า อาหารใดๆ ที่ช่วยเพิ่มปริมาณน้ำนมได้ ก็ขอให้เข้าใจว่านั่นคือความเชื่อเท่านั้น สิ่งสำคัญคือ

คุณแม่ต้องมีโภชนาการที่ครบสมบูรณ์

และรับประทานอาหารให้เพียงพอต่อความต้องการพลังงานของร่างกายค่ะ

ทำอย่างไร จะเรียกว่ารับประทานอาหารที่ดีและมีสุขภาพเพอร์เฟค

ทราบกันไหมคะว่า ทำไมรับประทานเครื่องดื่มเยอะๆ ไม่สามารถเพิ่มปริมาณน้ำนมได้ ในขณะที่เรากำลังอยู่ในระยะให้นมลูก คุณแม่อาจรู้สึกกระหายน้ำมากกว่าปกติ

แต่คุณแม่ก็ไม่ต้องบังคับตัวเองให้ต้องดื่มน้ำมากๆ ตลอดเวลา

แค่ทำตามที่ร่างกายต้องการและรู้สึกสบายตัวแค่นั้นก็พอแล้ว

แต่ถ้าหากคุณแม่เริ่มสังเกตเห็นปัสสาวะเป็นสีเข้ม หรือคล้ำลง หรือมีกลิ่นรุนแรง นั่นอาจหมายถึง คุณแม่ดื่มน้ำไม่พอ ให้รีบหาน้ำดื่มโดยเร็วเลยค่ะ

ดีเอชเอ

เป็นชื่อเรียกหนึ่งของ กรดโดโคซะเฮกซะอีโนอิก

ซึ่งเป็นส่วนประกอบหนึ่งที่พบในสมอง และดวงตา นมแม่นั้น

ถือเป็นสุดยอดอาหารของลูกน้อยที่อุดมไปด้วยดีเอชเอ

แต่ปริมาณของดีเอชเอในน้ำนมแม่นั้นก็จะแตกต่างกันไปตามโภชนาการของคุณแม่

แต่ละคนค่ะ เมื่อลูกน้อยลืมตาดูโลก พวกเขาจะได้รับสารดีเอชเอ จากนมแม่

และได้รับต่อเนื่องจากการรับประทานนมแม่หลังจากนั้น ดีเอชเอ

และกรดไขมันโอเมก้า 3 รวมทั้ง เออาร์เอ ไขมันโอเมก้า 6

ถือเป็นไขมันตัวสำคัญที่เป็นส่วนสนับสนุนการเจริญเติบโต และพัฒนาการของสมอง รวมถึงสายตาของลูก

คคู่มืออาหารจากนักวิจัยแห่งแคนาดาระบุชัดเจนค่ะว่า

อาหารชนิดใดที่เหมาะสำหรับคุณแม่ที่กำลังให้นมลูก โดยแหล่งที่มาของดีเอชเอ อย่างแรกคือ ไขมันจากปลา

ดังนั้นทุกสัปดาห์คุณแม่จะต้องรับประทานปลาให้ได้อย่างน้อย 150 กรัม ทั้งนี้ ปลา และบรรดาหอยที่มีส่วนประกอบของกรดไขมันเหล่านี้ และมีสารปรอทตกค้างน้อย ได้แก่ ปลาแซลมอน ปลาเทราต์ ปลาไหล ปูม้า กุ้ง หอยแครง หอยแมลงภู่

และหอยนางรม เป็นต้น

ข้อมูลอ้างอิง

- Health Canada. Prenatal Nutrition Guidelines for Health Professionals — Fish and Omega-3 Fatty Acids. 2009.

ลูทีน คืออะไรนะ?

ลูทีนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบได้ในน้ำนมแม่เช่นเดียวกันค่ะ และอันที่จริง ลูทีนมีความเข้มข้นสูงมากในโคลอสตรัม ซึ่งก็คือน้ำนมหยดแรกที่มาจากคุณแม่ ซึ่งเชื่อ

กันว่า เพราะมีลูทีนมากจึงทำให้โคลอสตรัมนั้นมีสีเหลือง สารต้านอนุมูลอิสระนั้น ช่วยปกป้องกรดไขมันอย่าง ดีเอชเอ ไม่ให้ถูกทำลาย

ซึ่งก็มีข้อบ่งชี้บางอย่างที่บอกว่า

ลูทีนมีส่วนสำคัญต่อพัฒนาการและการเจริญเติบโตของลูกน้อย

สารแคโรทีนอยด์ที่เป็นส่วนประกอบของลูทีนนั้น พบมากเช่นกันในสมอง และดวงตา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในบริเวณสมองส่วนความจำที่ลูทีนจะมีความเข้มข้นค่อนข้างมาก

อาหารที่มีส่วนประกอบของลูทีน

ร่างกายของคุณแม่ไม่อาจผลิตลูทีน และส่งผ่านไปยังลูกน้อยได้โดยตรงค่ะ

ซลูทีนจะต้องมาจากโภชนาการของคุณแม่ ดังนั้น คุณแม่ควรรับประทานผักใบเขียว อย่าง ผักโขม บรอกโคลี ผักกาดหอม และถั่วต่างๆ รวมทั้งข้าวโพด ผลไม้อย่างเช่น กีวี ส้ม และอย่าลืมรับประทานไข่กัน

หัวข้ออื่นที่น่าสนใจ

abbottcares.mobile

แนะนำ ปรึกษาโภชนาการและสุขภาพกับผู้เชี่ยวชาญ

0-2252-244808.30 น. - 17.30น. จันทร์-ศุกร์ เว้นวันหยุดราชการ

แนะนำ ปรึกษาโภชนาการและสุขภาพกับผู้เชี่ยวชาญ

Privacy Policy
Terms of Use